BEOGAMING : ทำไมเวลามีเรื่องชกต่อย มนุษย์จึงอยู่ในสภาวะไร้ความเจ็บปวด ?

BEOGAMING

รู้หรือไม่ทำไมเวลามีเรื่องชกต่อย มนุษย์จึงอยู่ในสภาวะไร้ความเจ็บปวด ?

BEOGAMING : ครั้งหนึ่งของชีวิตลูกผู้ชายไม่ว่าจะเคยผ่านช่วงวัยเรียนหรือโตมาอย่างไรก็ตาม “การชกต่อย” ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตขึ้นและจดจำวีรกรรมครั้งนั้น ๆ ของเราได้ไม่มีลืม เวลาผ่านไปเช่นเดียวกับความเจ็บปวดที่ไม่หลงเหลือ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดฉุกคิดขึ้นมาได้ ในสมรภูมิสุดดุเดือด หมัดแลกหมัด เข่าแลกเข่า แข้งแลกแข้ง แต่แปลกที่ ณ วินาทีนั้น อาการบาดเจ็บกลับไม่ปรากฏ แถมเรายังเลือดร้อนยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่งได้หลับสักตื่นนั่นแหละ จึงได้รู้ว่าอาการ เจ็บ, มึน และ ปวด เป็นเช่นไรทั้ง ๆ ที่โดนชก ณ ตอนนั้น ทำไมร่างกายจึงไม่รู้สึก ถ้าคุณสงสัยวันนี้เราจะพาคุณไปหาคำตอบกัน

BEOGAMING : เพราะการต่อสู้อยู่ใน DNA ของทุกคน

“มนุษย์ทุกคนชอบการต่อสู้โดยธรรมชาติเพราะมันอยู่ใน DNA ของเรา เหมือนกับคุณเดินไปบนถนนเส้นหนึ่ง คุณหันขวาไปเห็นคนกำลังเล่นฟุตบอล คุณหันซ้าย คุณเห็นผู้คนกำลังแบ่งทีมเล่นบาสเกตบอล แต่เมื่อคุณมองไปข้างหน้าคุณดันเห็นคนกำลังมีเรื่องชกต่อยกัน เชื่อเถอะว่าแทบทุกคนมักจะเลือกเดินเข้าไปเป็นไทยมุงดูการต่อสู้ทั้งนั้นแหละ” นี่คือคำพูดของ ดาน่า ไวท์ ประธานของ Ultimate Fighting Championship (UFC) ที่เชื่อว่าจะยากดีมีจน ทุกคนล้วนมีความเป็นนักสู้อยู่ในตัวทั้งนั้น มนุษย์ทุกคนมี DNA ของการต่อสู้ทั้งนั้น และเรื่องนี้มีคำตอบทางวิทยาศาสตร์ ว่ากันว่าสัญชาตญาณที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์คือสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เพราะกว่าที่มนุษยชาติจะมาถึงยุคของ “มนุษย์ปัจจุบัน” หรือ Homo sapiens เราผ่านช่วงเวลาแห่งการต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ มานานตั้งแต่กว่า 85 ล้านปีก่อน และทุกวันนี้ทุกชีวิตก็ยังต้องสู้เพื่อเอาตัวรอดอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง การต่อสู้ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงการแลกหมัดกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์เอาชนะความหิวด้วยการกินและขึ้นมาเป็นผู้อยู่บนสุดของบ่วงโซ่อาหาร เราเอาชนะความหนาวเย็นด้วยไฟและเครื่องนุ่งห่ม เราเอาชนะโรคร้ายต่าง ๆ ด้วยวิทยาการและการเรียนรู้ เราสู้ด้วยกำลังและมันสมอง นั่นทำให้มนุษย์ยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้แม้ไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ก็ตาม ไดโนเสาร์แข็งแกร่งแต่สูญพันธุ์ ต่างกับมนุษย์ที่เอาตัวรอดมาได้ด้วยการต่อสู้และการปรับตัว มาถึงยุคนี้ โหมดของการต่อสู้และเอาตัวรอดก็แยกย่อยเข้าไปอีกหลายแขนง และสิ่งที่ถือเป็นการต่อสู้ยอดนิยมก็คือการชกมวย กีฬาสายต่อสู้ที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน  เราอาจจะไม่ได้ชกกันเพียงเพราะว่าชัยชนะบนสังเวียนเดิมพันด้วยมนุษยชาติเหมือนกับเหตุการณ์ต่อสู้และเอาตัวรอดของมนุษย์ในยุคอดีต แต่มวยก็เป็นกีฬาที่บอกได้ดีว่ามนุษย์ทุกคนนั้นตื่นตัวกับการต่อสู้มากขึ้น มีวิวัฒนาการในการเตรียมพร้อมก่อนสู้ มีการวางแผนอย่างมีชั้นเชิง ทว่าบางครั้งเราก็หนี DNA ไม่ได้ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะเริ่มแสดงออกมาในท้ายที่สุดเมื่อคุณกำลังเข้าตาจน “เราทุกคนล้วนมีแผนการอยู่ในหัวทั้งนั้น จนกระทั่งคุณโดนชกหน้าเข้าซักทีนั่นแหละ เดี๋ยวรู้เลย” นี่คือคำพูดของ ไมค์ ไทสัน อดีตนักชกแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตในช่วงต้นยุค 90s ที่บอกเล่าเรื่องราวในวันที่เขาตัดสินใจกัดหูของ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ในไฟต์ชิงเข็มขัดก่อนที่เขาจะโดนปรับแพ้เพราะทำผิดกติกา ทว่าไฟต์นั้นเมื่อปี 1997 ก็กลายเป็นตำนานของโลกที่ใครก็ต้องเคยได้ยินมาบ้าง สิ่งที่ไทสัน พยายามจะบอกภายใต้การโดนปรับแพ้คือ “เขาไม่ได้ตั้งใจ” ที่จะกัดหูใคร เขาไม่เคยคิดเล่นนอกกติกา จนกระทั่งเขาเจอกับสถานการณ์ที่ตัวเองสู้ไม่ได้ โดนต่อยอยู่ฝ่ายเดียว และกำลังจะเป็นผู้แพ้ จริง ๆ แล้วการโดนไล่ชกมันน่าจะทำให้เขาเจ็บหรือปวด แสดงอาการออกมาบ้าง ไม่โดนน็อกไปเลยก็พี่เลี้ยงโยนธงขาวยอมแพ้ไป แต่ที่ ไทสัน เป็นคือเขาเลือดขึ้นหน้าไม่สนวิธีการอีกต่อไป ร่างกายจะเจ็บแค่ไหนเขาไร้ความรู้สึก ณ จุดนั้น ขอแค่ได้ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด นั่นคือสิ่งเดียวที่ไทสันคิดได้  เขาจึงกลับลงไปในสังเวียน ลืมทุกอาการหลังจากกินหมัดของ โฮลีฟิลด์ ไปหลายดอก จนสุดท้ายเขาฝ่าพายุหมัดและเข้าไปกัดหูของ โฮลีฟิลด์ จนขาด “ผมกัดเขาเพราะว่าผมอยากจะฆ่าเขาให้ตาย ผมคลุ้มคลั่งที่หัวของผมถูกกระแทกบ่อยครั้ง มันทำให้ผมหมดความอดทนกับการชก และไม่สนใจแผนการสู้และทุกอย่างที่เตรียมไว้อีกแล้ว” ไทสัน ว่าไว้

เหตุผลที่โดนต่อยไม่เจ็บ

ทุกคนล้วนแต่กลัวและไม่ชอบความเจ็บปวดทั้งนั้น นั่นทำให้เราใช้สมองคิดเสมอว่าจะไม่หาเรื่องหาราวทำให้ตัวเองได้รับความเจ็บปวดไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ก็อย่างที่ ไทสัน บอกนั่นแหละ ทุกคนมีแผนการจนกระทั่งหน้างานไม่ตรงกับแผนการที่วางไว้นั่นแหละ สัญชาตญาณเราจะถูกปลุกออกมา เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้แบบอาชีพ อาทิ นักมวยสองคนชกกันบนเวที หรือแม้กระทั่งการทะเลาะและมีเรื่องกันข้างถนน เราจะไม่เหลือสิ่งใดให้กลัวอีกต่อไปเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น BEO123

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก : BEOGAMING

นำเสนอบทความโดย : sandiegograyline.com

77 Comments

  1. Simply want to say your article is as surprising. The clarity in your publish is simply great and that i could suppose you’re knowledgeable in this subject.
    Well along with your permission let me to grasp your RSS feed
    to keep up to date with imminent post. Thank you one
    million and please keep up the enjoyable work.

  2. I was wondering if you ever thought of changing the structure of your blog?
    Its very well written; I love what youve got to say.
    But maybe you could a little more in the way of content so people could connect with it better.
    Youve got an awful lot of text for only having 1 or two images.

    Maybe you could space it out better?

  3. This is the perfect webpage for everyone who wishes to understand this topic. You realize so much its almost hard to argue with you (not that I personally would want toÖHaHa). You definitely put a brand new spin on a subject that has been written about for a long time. Great stuff, just great!

Leave a Reply

Your email address will not be published.